วีซ่าโครงการแลกเปลี่ยนประเทศสหรัฐอเมริกา (J1)
เป็นวีซ่าสำหรับนักเรียน/นักศึกษา รวมถึงผู้ที่ต้องการไปศึกษาดูงาน ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา ภายใต้วัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ความรู้ ศิลปะ และวิทยาศาสตร์ หรือประสบการณ์ต่างๆ กับชาวอเมริกัน โดยวีซ่าโครงการแลกเปลี่ยน J1 จะได้รับอนุญาตให้อยู่ในประเทศได้สูงสุด 2 ปี โดยโครงการที่นักเรียนไทยนิยมเข้าร่วมมีดังนี้
- โครงการนักเรียนแลกเปลี่ยน (Exchange Program) เป็นโครงสำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (อายุระหว่าง 15-18 ปี) สำหรับไปเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมชาวอเมริกัน โดยนักเรียนจะพำนักกับครอบครัวอุปถัมภ์และเรียนในโรงเรียนใกล้บ้านเป็นเวลา 1 ปีการศึกษา
- โครงการฝึกงาน (Training-Internship Program) สำหรับนักศึกษาที่กำลังจะเรียนจบหรือสำเร็จการศึกษาไม่เกิน 1 ปี (อายุระหว่าง 20-35 ปี) ได้ไปฝึกงานในสาขาวิชาที่เรียนมา ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นระยะเวลาสูงสุดถึง 18 เดือน
- โครงการทำงานพิเศษและท่องเที่ยว (Work & Travel Program) เป็นโครงการเฉพาะนักศึกษาระดับปริญญาตรีถึงปริญญาโท (อายุระหว่าง 18-28 ปี) ไปแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและหาประสบการณ์ทำงานในสหรัฐอเมริกา ระยะเวลาสูงสุด 4 เดือน และสามารถอยู่เที่ยวต่อได้อีก 30 วันหลังวีซ่าหมดอายุ
- โครงการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับครอบครัวอเมริกัน (Au Pair Program) สำหรับบุคคลทั่วไป (อายุระหว่าง 18-26 ปี) ที่ต้องการสัมผัสวัฒนธรรมและวิถีชีวิตโดยทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลเด็กของครอบครัวชาวอเมริกัน เป็นระยะเวลา 1-2 ปี
วีซ่านักเรียนในโครงการแลกเปลี่ยนที่ได้รับการสนับสนุนโดยรัฐบาลสหรัฐอเมริกา
ผู้สมัครวีซ่าประเภท J และผู้ติดตาม หากเข้าร่วมในโครงการแลกเปลี่ยนที่ได้รับการสนับสนุนโดยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ องค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐของอเมริกา(USAID) หรือโครงการแลกเปลี่ยนทางการศึกษาและวัฒนธรรมซึ่งได้รับทุนสนับสนุนโดยรัฐบาลสหรัฐฯโดยมีรหัสโครงการเริ่มต้นด้วย G-1, G-2, G-3, หรือ G-7 ระบุอยู่บนแบบฟอร์ม DS-2019 ไม่จำเป็นต้องชำระค่าธรรมเนียมวีซ่าหรือค่าธรรมเนียม SEVIS
หากท่านเคยเป็นนักเรียนในโครงการแลกเปลี่ยนและมีคุณสมบัติตรงกับเงื่อนไขต่อไปนี้ข้อใดข้อหนึ่งหรือมากกว่านั้น ท่านอาจไม่ได้รับวีซ่าถาวร, วีซ่าคู่หมั้น, วีซ่าทำงานชั่วคราว หรือวีซ่าพนักงานที่ย้ายไปทำงานที่ประเทศสหรัฐฯชั่วคราวภายใต้การจ้างงานของบริษัทที่อยู่ในเครือเดียวกันจนกว่าท่านจะอาศัยและอยู่ในประเทศที่ท่านถือสัญชาติหรือประเทศที่ท่านอาศัยอยู่ล่าสุดเป็นเวลาอย่างน้อยสองปีหลังจากเสร็จสิ้นโครงการแลกเปลี่ยน:
- โครงการแลกเปลี่ยนของท่านได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากรัฐบาลสหรัฐฯ หรือรัฐบาลของประเทศที่ท่านถือสัญชาติหรือประเทศที่ท่านอาศัยอยู่ล่าสุด
- ท่านเป็นบุคคลที่มีสัญชาติหรือพำนักอยู่ในประเทศที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้กำหนดว่าจำเป็นต้องมีบุคลากรในสาขาความรู้หรือทักษะเฉพาะทางที่ท่านเข้าร่วมในโครงการแลกเปลี่ยน ท่านสามารถดูรายละเอียดเกี่ยวกับรายการทักษะ (Skills List) ได้ที่นี่
- ท่านเป็นแพทย์ที่เดินทางไปประเทศสหรัฐฯ เพื่อศึกษาหรือฝึกอบรมทางการแพทย์ (ยกเว้นโครงการที่จำกัดเฉพาะการสอน, การวิจัย, หรือการให้คำปรึกษา)
โปรแกรมฝึกอบรม
ถึงแม้ว่าผู้เข้าร่วมโปรแกรมฝึกอบรมจะปฏิบัติงานบางอย่างของพนักงานประจำ แต่วัตถุประสงค์หลักของการฝึกอบรมนี้เป็นการฝึกอบรมและพัฒนาทักษะผู้เข้าร่วมการฝึกอบรมเท่านั้น ดังนั้นจึงไม่ควรให้ผู้เข้าร่วมการฝึกอบรมปฏิบัติงานนอกเหนือหรือแทนพนักงานประจำ การมีแผนการฝึกอบรมที่ละเอียดจะช่วยในการพิจารณาคุณสมบัติของผู้สมัครวีซ่าได้
การฝึกงาน
หากท่านต้องการฝึกงานกับนายจ้างในประเทศสหรัฐฯ ท่านจะต้องมีวีซ่านักเรียนในโครงการแลกเปลี่ยน (วีซ่าประเภท J-1) หรือวีซ่าฝึกงาน (วีซ่าประเภท H-3) ท่านจะไม่สามารถเข้าร่วมการฝึกงานด้วยวีซ่าประเภท B-2 หรือภายใต้โปรแกรมยกเว้นการขอวีซ่า ถึงแม้ว่าท่านจะไม่ได้รับค่าจ้างในประเทศสหรัฐฯ
ผู้ติดตาม
คู่สมรสรวมทั้ง คู่สมรสเพศเดียวกัน
หรือบุตรที่มีอายุต่ำกว่า 21 ปี ที่มีสภานภาพโสด สามารถขอวีซ่าประเภท J-2 เพื่อติดตามผู้ถือวีซ่าประเภท J-1 ไปพำนักอยู่ในประเทศสหรัฐฯ ได้ คู่สมรสหรือบุตรที่ไม่ได้มีความประสงค์จะพำนักอยู่ในประเทศสหรัฐฯ แต่ต้องการไปเยี่ยมเพียงเพื่อการพักผ่อนเท่านั้น สามารถยื่นคำร้องขอวีซ่าเยี่ยมเยียน (วีซ่าประเภท B-2) ได้
คู่สมรสและ/หรือบุตรของนักเรียนแลกเปลี่ยนจะไม่สามารถทำงานในประเทศสหรัฐฯ ขณะถือวีซ่าประเภท J-2 ได้ หากไม่ได้ยื่นแบบฟอร์มขออนุญาตทำงาน I-765 โดยสำนักงานบริการสัญชาติและตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐฯ (USCIS) จะเป็นผู้ตรวจสอบแบบฟอร์ม I-765 นี้ และจะเป็นผู้พิจารณาอนุญาตให้ผู้ถือวีซ่าประเภท J-2 สามารถทำงานได้ หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ท่านสามารถดูเอกสารในรูปแบบ PDF จากเว็บไซต์ในหัวข้อ "การขออนุญาตทำงาน (Employment Authorization)" 
เงื่อนไขของวีซ่าโครงการนักเรียนแลกเปลี่ยนประเทศสหรัฐอเมริกา (J1)
*ท่านสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวีซ่านักเรียนแลกเปลี่ยนได้จากเว็บไซต์ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ
การสมัครขอวีซ่าโครงการนักเรียนแลกเปลี่ยนประเทศสหรัฐอเมริกา (J1)
สามารถยื่นเรื่องโดยตรงได้ที่สำนักงานกงสุลสหรัฐฯ ในประเทศไทย
ค่าธรรมเนียมวีซ่า
- ค่าธรรมเนียม USD185 หรือ 7,030 บาท
- ค่าธรรมเนียม SEVIS
- Exchange Program USD220
- Training-Internship Program USD220
- Work & Travel Program USD35
- Au Pair Program USD35
*ค่าธรรมเนียมในการสมัครขอวีซ่าประเภทนี้ ผู้สมัครไม่สามารถขอค่าธรรมเนียมวีซ่าคืนหรือโอนเปลี่ยนให้ผู้อื่นได้ ในกรณีที่วีซ่าไม่ได้รับการอนุมัติหรือในกรณีที่ผู้สมัครต้องการยกเลิกใบสมัครภายหลัง ท่านสามารถตรวจสอบค่าธรรมเนียมวีซ่าเพิ่มเติมได้ที่ Fee & Charges และท่านสามารถศึกษาคำแนะนำในการชำระค่าธรรมเนียม SEVIS ได้ ที่นี่

ที่มาของภาพ: ศูนย์บริการข้อมูลวีซ่าสหรัฐอเมริกาสำหรับประเทศไทย
หลังจากได้รับวีซ่าแล้วสามารถเดินทางเข้าประเทศได้เมื่อไหร่?
สำหรับวีซ่า J1 ท่านเดินทางเข้าประเทศได้ภายในวันที่ระบุในเอกสาร DS2019 และตั้งแต่วันที่ 26 มกราคมเป็นต้นไป ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติสหรัฐฯ (CDC) กำหนดให้ผู้โดยสารทุกท่านที่จะเดินทางเข้าประเทศสหรัฐฯ ทางอากาศต้องแสดงผลรับรองการตรวจเชื้อโควิด-19 ที่มีผลเป็นลบ และได้รับการตรวจภายใน 72 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง อ่านเพิ่มเติม
การเข้าประเทศและระยะเวลาการพำนักในประเทศสหรัฐฯ
ผู้ถือวีซ่าประเภท J สามารถเดินทางเข้าประเทศสหรัฐฯได้ล่วงหน้า 30 วันก่อนวันเริ่มต้นโครงการตามที่ระบุไว้บนแบบฟอร์ม DS-2019 และจะสามารถอยู่ต่อในประเทศสหรัฐฯได้อีก 30 วัน นับจากวันที่สิ้นสุดโครงการที่ระบุไว้บนแบบฟอร์ม DS-2019 ทั้งนี้ผู้ถือวีซ่านักเรียนในโครงการแลกเปลี่ยนที่กลับมาเข้าร่วมโครงการต่อจะไม่จำกัดการเข้าประเทศสหรัฐฯ 30 วันก่อนวันเริ่มต้นโครงการ
เอกสารที่ต้องใช้ในการยื่นคำร้อง
หากท่านยื่นคำร้องขอวีซ่านักเรียนในโครงการแลกเปลี่ยน ท่านต้องชำระค่าธรรมเนียม และต้องยื่นเอกสารดังต่อไปนี้:
แบบฟอร์มขอวีซ่าชั่วคราวในระบบอิเล็กทรอนิกส์ (DS-160) ท่านสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้จากเว็บเพจ DS-160
หนังสือเดินทางที่สามารถใช้เดินทางไปประเทศสหรัฐฯได้ โดยหนังสือเดินทางนั้นจะต้องมีอายุใช้งานคงเหลือมากกว่าระยะเวลาที่ท่านตั้งใจจะอยู่ในประเทศสหรัฐฯอย่างน้อยหกเดือน (นอกจากได้รับการยกเว้นจากข้อตกลงรายประเทศ ) โปรดทราบว่าแต่ละท่านต้องยื่นใบสมัครของตัวท่านเอง หากท่านใช้หนังสือเดินทางร่วมกัน
รูปถ่ายสีสองรูป (ขนาด 5x5 เซนติเมตร หรือ 2x2 นิ้ว พื้นหลังสีขาว มีอายุไม่เกินหกเดือน ไม่ได้มีการปรับแต่งหรือดัดแปลง ห้ามสวมแว่นตา คอนแทคเลนส์สี หรือหมวก) สามารถดูรายละเอียดเกี่ยวกับข้อกำหนดของรูปถ่ายได้จากเว็บเพจนี้

หากวีซ่าของท่านผ่านการอนุมัติแล้ว ท่านยังอาจต้องชำระค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมในการออกวีซ่า โดยจะขึ้นอยู่กับสัญชาติของท่าน ในเว็บไซต์ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ จะมีข้อมูลที่ช่วยระบุว่าท่านต้องชำระค่าธรรมเนียมในการออกวีซ่าหรือไม่ รวมถึงอัตราของค่าธรรมเนียมดังกล่าว
แบบฟอร์ม DS-2019 ซึ่งมีลายเซ็นของผู้สนับสนุนโครงการในประเทศสหรัฐฯ (ลายเซ็นด้วยน้ำหมึกจริงหรือลายเซ็นดิจิทัล) พร้อมทั้งลายเซ็นของผู้สมัคร
หลักฐานยืนยันการชำระค่าธรรมเนียม SEVIS I-901 ที่ระบุว่าท่านชำระค่าธรรมเนียม SEVIS ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมที่นี่
นอกจากเอกสารเหล่านี้แล้ว ท่านยังต้องแสดงใบนัดสัมภาษณ์เพื่อยืนยันว่าท่านได้จองเวลานัดสัมภาษณ์ผ่านบริการนี้เป็นที่เรียบร้อย และท่านยังสามารถนำเอกสารประกอบอื่นๆ ที่ท่านเชื่อว่าจะให้ข้อมูลเพิ่มเติมแก่เจ้าหน้าที่กงสุลได้ติดตัวมาด้วย