วีซ่าทำงานสหรัฐอเมริกา (Work Visa) เป็นวีซ่าชั่วคราวสำหรับชาวต่างชาติที่ต้องการเดินทางเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยผู้สมัครต้องได้รับการเสนองานจากนายจ้างในประเทศสหรัฐอเมริกาก่อนยื่นขอวีซ่า นายจ้างหรือตัวแทนในสหรัฐอเมริกาจะต้องยื่นคำร้องขอจ้างงานต่อสำนักงานบริการสัญชาติและตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐอเมริกา (USCIS) และได้รับการอนุมัติก่อน
ผู้ถือวีซ่าทำงานสามารถพำนักและทำงานในประเทศสหรัฐอเมริกาได้ตามระยะเวลาที่ระบุไว้ในวีซ่าและเอกสารอนุมัติการจ้างงาน Form I-797 และสามารถทำงานได้เฉพาะกับนายจ้างและตำแหน่งงานที่ได้รับอนุมัติเท่านั้น ไม่สามารถเปลี่ยนนายจ้างหรือเปลี่ยนประเภทงานได้ เว้นแต่จะมีการยื่นคำร้องใหม่และได้รับอนุมัติจาก USCIS ระยะเวลาการพำนักจะแตกต่างกันไปตามประเภทของวีซ่าทำงาน เช่น 1 ปี 3 ปี หรือสูงสุดตามที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้ผู้ถือวีซ่าจะต้องเดินทางออกจากประเทศสหรัฐอเมริกาเมื่อสิ้นสุดระยะเวลาการทำงาน เว้นแต่จะมีการต่ออายุหรือเปลี่ยนสถานะวีซ่าอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
หากท่านต้องการทำงานในประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นการชั่วคราว ภายใต้กฎหมายตรวจคนเข้าเมืองประเทศสหรัฐฯ ท่านจะต้องได้รับวีซ่าถูกต้องตามประเภทของงานที่จะไปทำ สำหรับงานแรงงานชั่วคราวส่วนใหญ่กำหนดไว้ว่านายจ้างหรือตัวแทนจะต้องยื่นคำร้อง และผ่านการอนุมัติจากสำนักงานบริการสัญชาติและตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐฯ ในประเทศสหรัฐฯก่อน ผู้สมัครจึงจะสามารถมายื่นคำร้องขอวีซ่าทำงานได้
ผู้สมัครวีซ่าประเภท CW-1, H, L, O, P และ Q ทั้งหมดต้องได้รับการอนุมัติใบคำร้อง (Petition) โดยสำนักงานบริการสัญชาติและตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐฯ ใบคำร้อง (Petition) หรือ แบบฟอร์ม I-129 ต้องได้รับการอนุมัติก่อนที่ท่านจะยื่นขอวีซ่าทำงานที่สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา กรุงเทพมหานคร โปรดทราบว่าสถานกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกา เชียงใหม่ ไม่เปิดให้บริการวีซ่าประเภทเหล่านี้ เมื่อใบคำร้อง (Petition) ผ่านการอนุมัติแล้ว นายจ้างหรือตัวแทนของท่านจะได้รับ Notice of Action, Form I-797 ซึ่งเป็นการแจ้งว่าใบคำร้อง (Petition) ของท่านผ่านการอนุมัติแล้ว เจ้าหน้าที่กงสุลจะตรวจสอบใบคำร้อง (Petition) ของท่านผ่านระบบจัดการข้อมูลคำร้อง (PIMS) ขณะสัมภาษณ์
รายละเอียดและคุณสมบัติของวีซ่าแต่ละประเภท
CW-1 (CNMI-Only Transitional Worker (CW-1)
ประเภทวีซ่า CNMI-Only Transitional Worker (CW-1) อนุญาตให้นายจ้างในเครือรัฐหมู่เกาะนอร์เทิร์น มาเรียนาสามารถยื่นขออนุญาตในการจ้างแรงงานต่างชาติชั่วคราวที่ไม่ได้มีสิทธิทำงานภายใต้หมวดหมู่แรงงานต่างชาติประเภทอื่นๆ วีซ่าประเภท CW กำหนดให้สามารถเปลี่ยนแปลงสถานะจากใบอนุญาตแรงงานต่างชาติเดิมใน CNMI ไปสู่ระบบระบบตรวจคนเข้าเมืองของสหรัฐฯ
ประเภทวีซ่า CW มักจะถูกเรียกว่า:
- CW-1: A CNMI-Only transitional worker.
- CW-2: Dependent of a CNMI-Only transitional worker.
E-3 (วีซ่าทำงานพิเศษสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางสัญชาติออสเตรเลีย)
วีซ่า E-3 ออกให้ผู้สมัครหลักที่เดินทางไปทำงานพิเศษที่ประเทศสหรัฐฯ คู่สมรสและบุตรไม่จำเป็นต้องถือสัญชาติออสเตรเลีย อาชีพพิเศษนี้จะต้องมีความรู้ความสามารถพิเศษเฉพาะเจาะจงและต้องได้รับปริญญาตรีเป็นอย่างน้อย ผู้สมัครต้องได้รับข้อเสนองานในประเทศสหรัฐฯล่วงหน้าก่อนสมัครวีซ่า นายจ้างในประเทศสหรัฐฯไม่จำเป็นต้องยื่นใบคำร้องกับ สำนักงานบริการสัญชาติและตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐฯเพื่อมาขอวีซ่าประเภท E-3 แต่จะต้องยื่นคำร้องเพื่อแสดงความจำนงในการจ้างงานที่ Labor Condition Application (LCA) ต่อกระทรวงแรงงานของสหรัฐฯ โดยกรอกฟอร์ม ETA Form 9035 ผู้สมัครต้องจองนัดสัมภาษณ์วีซ่าแต่ไม่ต้องยื่นเอกสารล่วงหน้า
H-1B (อาชีพผู้ชำนาญการพิเศษ)
ท่านจะต้องขอวีซ่าประเภท H-1B หากท่านเดินทางไปยังประเทศสหรัฐฯเพื่อปฏิบัติงานซึ่งได้มีการว่าจ้างไว้เรียบร้อยแล้ว ผู้ที่มีคุณสมบัติในการได้รับวีซ่าประเภทนี้จะต้องได้รับวุฒิการศึกษาขั้นต่ำปริญญาตรี (หรือปริญญาที่เทียบเท่า) ในสาขาวิชาที่ตรงกับตำแหน่งที่ถูกว่าจ้าง สำนักงานบริการสัญชาติและตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐฯ จะเป็นผู้กำหนดว่างานประเภทนั้นเข้าข่ายเป็นอาชีพผู้ชำนาญการพิเศษหรือไม่ ตลอดจนการเป็นผู้พิจารณาว่าท่านมีคุณสมบัติเพียงพอที่จะทำงานดังกล่าวได้หรือไม่ โดยนายจ้างจะต้องยื่นคำร้องการจ้างงานต่อกระทรวงแรงงานเพื่อชี้แจงข้อกำหนดและเงื่อนไขของสัญญาจ้างงานของท่าน
H-1B1 วีซ่าทำงานชั่วคราวสำหรับประเทศคู่ค้าสนธิสัญญา
ข้อตกลงทางการค้าเสรีซึ่งลงนามระหว่างประเทศชิลีและสิงคโปร์อนุญาตให้พลเมืองชิลีและสิงคโปร์ที่มีคุณสมบัติเพียงพอสามารถทำงานในประเทศสหรัฐฯ ได้ในบางกรณี เฉพาะพลเมืองชิลีและสิงคโปร์เท่านั้นที่มีสิทธิ์ในการเป็นผู้สมัครคนหลักได้ อย่างไรก็ตามคู่สมรสและบุตรสามารถเป็นพลเมืองประเทศอื่น ๆ ได้
ผู้สมัครวีซ่า H-1B1 ต้องได้รับการเสนองานจากนายจ้างในประเทศสหรัฐฯ เป็นที่เรียบร้อย แต่นายจ้างไม่จำเป็นต้องยื่นใบคำร้อง I-129 (Petition for Nonimmigrant Worker) และผู้สมัครไม่จำเป็นต้องได้รับใบคำร้อง I-797 (Notice of Approval) ก่อนการสมัครวีซ่า อย่างไรก็ตามนายจ้างจะต้องยื่นใบสมัครการรับรองแรงงานต่างชาติ (Application for Foreign Labor Certification) กับกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ ก่อนที่จะดำเนินขั้นตอนการสมัครวีซ่า สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมของวีซ่าประเภท H-1B1 คลิกที่นี่
H-2A (เกษตรกรตามฤดูกาล)
วีซ่าชนิด H-2A เป็นวีซ่าที่อนุญาตให้นายจ้างสามารถรับชาวต่างชาติเข้าทำงานด้านเกษตรกรรมในประเทศสหรัฐฯเป็นการชั่วคราวเนื่องจากไม่สามารถหาแรงงานสัญชาติอเมริกันสำหรับงานประเภทนั้นได้ ผู้สมัครจะมีสิทธิยื่นคำร้องขอวีซ่าชั่วคราวชนิด H-2A นี้ได้ต่อเมื่อท่านต้องการทำงานด้านเกษตรกรรมในประเทศสหรัฐฯเป็นการชั่วคราวหรือตามฤดูกาลเท่านั้น โดยนายจ้างในประเทศสหรัฐฯ (หรือบริษัททางด้านเกษตรกรรมในประเทศสหรัฐฯที่มีชื่ออยู่ในนายจ้างร่วม) ต้องยื่นแบบฟอร์ม I-129 ซึ่งเป็นคำร้องสำหรับแรงงานชั่วคราวในนามของท่าน
วีซ่า H-2B (แรงงานผู้เชี่ยวชาญ/ไม่เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน)
ท่านต้องมีวีซ่าประเภทสำหรับการเดินทางไปยังประเทศสหรัฐฯเพื่อทำงานเป็นการชั่วคราวหรือตามฤดูกาล ในตำแหน่งที่ขาดแรงงานสัญชาติอเมริกัน โดยนายจ้างของท่านต้องมีใบรับรองจากกระทรวงแรงงานที่ยืนยันว่าไม่สามารถหาแรงงานสัญชาติอเมริกันที่มีคุณสมบัติในตำแหน่งงานนั้น ๆ ได้
H-3 (สำหรับการฝึกงาน)
ท่านต้องมีวีซ่าประเภท H-3 สำหรับการเดินทางไปประเทศสหรัฐฯเพื่อฝึกงานในระยะเวลาไม่เกินสองปีกับผู้ว่าจ้างในทุกสาขาโดยไม่จำเป็นว่าการฝึกงานนั้นจะเกี่ยวข้องกับสาขาวิชาที่ท่านได้จบการศึกษามาโดยตรง ท่านสามารถรับค่าตอบแทนจากการฝึกงานหรือค่าตอบแทนที่ได้รับจากการทำงานใด ๆ ก็ตามที่ได้รับอนุญาตให้ทำระหว่างการฝึกงานนั้นได้ แต่อย่างไรก็ดีการฝึกงานดังกล่าวนี้จะต้องไม่เป็นการปฏิบัติงานโดยผู้เชี่ยวชาญในการทำงานดังกล่าวอยู่แล้วและการฝึกงานนี้ต้องไม่มีในประเทศของท่าน
H-4 (ผู้ติดตาม)
หากท่านเป็นผู้ถือวีซ่าหลักประเภท H คู่สมรส รวมทั้ง คู่สมรสเพศเดียวกัน หรือบุตรที่มีอายุต่ำกว่า 21 ปี ที่มีสถานภาพโสด สามารถได้รับวีซ่า H-4 เพื่อติดตามท่านไปยังประเทศสหรัฐฯได้ อย่างไรก็ตามคู่สมรส/บุตรของท่านจะไม่ได้รับอนุญาตให้ทำงานขณะพำนักอยู่ในประเทศสหรัฐฯ
L-1 (พนักงานที่ย้ายไปทำงานที่ประเทศสหรัฐฯชั่วคราวภายใต้การจ้างงานของบริษัทที่อยู่ในเครือเดียวกัน)
วีซ่าประเภท L-1ใช้สำหรับพนักงานของบริษัทในระดับสากลที่ย้ายไปปฏิบัติงานที่สำนักงานใหญ่ สำนักงานของบริษัทในเครือเดียวกัน หรือสาขาย่อยอื่น ๆ ที่ตั้งอยู่ในประเทศสหรัฐฯเป็นการชั่วคราว บริษัทในระดับสากลดังกล่าวอาจเป็นบริษัทของประเทศสหรัฐฯเองหรือบริษัทต่างชาติก็ได้ ผู้ที่มีคุณสมบัติในการขอวีซ่าประเภทนี้ จะต้องมีตำแหน่งในระดับเทียบเท่าผู้จัดการหรือผู้บริหาร หรือมีความรู้ความสามารถที่เชี่ยวชาญ และได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ให้แก่บริษัทที่ตั้งอยู่ในประเทศสหรัฐฯในระดับตำแหน่งที่ได้กล่าวมาข้างต้น ซึ่งไม่จำเป็นจะต้องเป็นตำแหน่งเดียวกับที่ทำอยู่ก็ได้ นอกจากนี้ผู้สมัครยังจำเป็นต้องปฏิบัติงาน ให้แก่บริษัทระดับสากลที่ตั้งอยู่ในประเทศอื่น ๆ ที่นอกเหนือจากประเทศสหรัฐฯติดต่อกันเป็นเวลาหนึ่งปีภายในระยะเวลาสามปีก่อนทำการสมัครขอวีซ่าไปยังประเทศสหรัฐฯอีกด้วย ผู้สมัครจะสามารถยื่นคำร้องขอวีซ่าชนิด L-1 ได้ต่อเมื่อบริษัทของประเทศสหรัฐฯหรือบริษัทในเครือได้รับการอนุมัติคำร้องชนิดรวมหรือรายบุคคลจากสำนักงานบริการสัญชาติและตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐฯ แล้วเท่านั้น
L-1 Blanket (คำร้องรวมสำหรับพนักงานที่ย้ายไปทำงานที่ประเทศสหรัฐฯชั่วคราวภายใต้การจ้างงานของบริษัทที่อยู่ในเครือเดียวกัน)
บริษัทที่ต้องการจัดหางานให้กับผู้สมัครหลายท่านโดยพนักงานจะย้ายไปทำงานที่ประเทศสหรัฐฯเป็นการชั่วคราวภายใต้การจ้างงานของบริษัทที่อยู่ในเครือเดียวกัน ทั้งนี้ สามารถยื่นคำร้องรวม (Blanket) กับสำนักงานบริการสัญชาติและตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐฯ โดยคำร้องรวม (Blanket) มีไว้เพื่อให้บริการแก่บริษัทที่มีขนาดใหญ่ มีโครงสร้างองค์กรหลากหลาย และมีธุรกิจย่อยที่เกี่ยวข้องกันหลายแห่ง การขอวีซ่าคำร้องรวม (Blanket) จะต้องมีตำแหน่งในระดับเทียบเท่าผู้จัดการหรือผู้บริหาร หรือมีความรู้ความสามารถที่เชี่ยวชาญ ท่านสามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มได้จากเว็บไซต์ของ USCIS
L-2 (ผู้ติดตาม)
สำหรับผู้ถือวีซ่าหลักประเภท L คู่สมรสรวมทั้ง คู่สมรสเพศเดียวกัน หรือบุตรที่มีอายุต่ำกว่า 21 ปี ที่มีสถานภาพโสด สามารถได้รับวีซ่าติดตามประเภทนี้ได้ โดยการเปลี่ยนแปลงกฎหมายใหม่เมื่อเร็ว ๆ นี้เปิดให้คู่สมรสสามารถขออนุญาตทำงานได้ โดยจะต้องเดินทางเข้าประเทศสหรัฐฯด้วยวีซ่า L-2 ก่อน จากนั้นให้ส่งแบบฟอร์ม I-765 (ขอรับได้จากสำนักงานบริการสัญชาติและตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐฯ) พร้อมค่าธรรมเนียมในการยื่นคำร้อง ทั้งนี้บุตรจะไม่ได้รับอนุญาตให้ทำงานในประเทศสหรัฐฯ
O (บุคคลที่มีความสามารถพิเศษ)
วีซ่าประเภท O เป็นวีซ่าสำหรับบุคคลที่มีความสามารถเป็นพิเศษในด้านวิทยาศาสตร์ ศิลปะ การศึกษา ธุรกิจ และกีฬา หรือประสบความสำเร็จในด้านภาพยนตร์และการผลิตรายการโทรทัศน์ โดยวีซ่าประเภทนี้จะครอบคลุมถึงผู้ช่วยที่มีความจำเป็นต้องเดินทางติดตามมาด้วย
O-2 (บุคคลที่ทำงานร่วมกับวีซ่าประเภท O-1)
วีซ่าประเภท O-2 เป็นวีซ่าสำหรับนักกีฬาและสมาชิกในวงการบันเทิงผู้เป็นส่วนสำคัญในการแสดง ซึ่งมีทักษะและประสบการณ์ที่ไม่มีในประเทศสหรัฐฯ บุคคลดังกล่าวสามารถยื่นขอวีซ่า O-2 เพื่อมาทำงานร่วมกับผู้ถือวีซ่าประเภท O-1 ได้
P (ศิลปิน ผู้ให้ความบันเทิง)
วีซ่าประเภท P เป็นวีซ่าสำหรับนักกีฬาบางประเภท ผู้ให้ความบันเทิง ศิลปิน และผู้ช่วยที่มีความจำเป็นต้องติดตามมาร่วมแสดงงานด้วย
P-2 (ศิลปิน หรือ ผู้ให้ความบันเทิง)
วีซ่าประเภท P-2 ออกให้ศิลปินหรือผู้ให้ความบันเทิงเดินทางเข้าประเทศสหรัฐฯไม่ว่าจะเป็นแบบเดี่ยวหรือกลุ่ม ที่เกี่ยวข้องกับโครงการแลกเปลี่ยนระหว่างองค์กรใดองค์กรหนึ่งหรือองค์กรในประเทศสหรัฐฯ และประเทศต่างชาติหนึ่งประเทศหรือมากกว่าหนึ่งประเทศซึ่งมีการแลกเปลี่ยนศิลปินและผู้ให้ความบันเทิงเป็นการชั่วคราว
P-3 (ศิลปิน หรือ ผู้ให้ความบันเทิง)
วีซ่าประเภท P-3 ออกให้ศิลปินหรือผู้ให้ความบันเทิงไม่ว่าจะเป็นแบบเดี่ยวหรือกลุ่ม เดินทางเข้าประเทศสหรัฐฯ เพื่อแสดง สอน หรือฝึกสอนภายใต้โปรแกรมที่มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม
Q (การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม)
ท่านจะต้องมีวีซ่าประเภท Q สำหรับการเดินทางไปประเทศสหรัฐฯเพื่อเข้าร่วมในโครงการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการฝึกงาน การว่าจ้าง และแลกเปลี่ยนข้อมูลประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และประเพณีของประเทศของท่าน ผู้สนับสนุนโครงการในประเทศสหรัฐฯ จะต้องยื่นคำร้องในนามของท่านต่อสำนักงานบริการสัญชาติและตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐฯ และคำร้องนั้นจะต้องได้รับการอนุมัติ
ควรยื่นคำร้องเมื่อใด?
สถานทูตฯที่กรุงเทพฯ สามารถเริ่มดำเนินการเกี่ยวกับคำร้องขอวีซ่าประเภท H, L, O, P หรือ Q ล่วงหน้าได้ไม่เกิน 90 วันนับจากวันที่เริ่มงานตามที่ระบุไว้ใน I-797 ของท่าน อย่างไรก็ตามในการเตรียมตัวเดินทาง โปรดทราบว่ากฎข้อบังคับของรัฐบาลกลางอนุญาตให้ท่านใช้วีซ่าประเภทดังกล่าวเดินทางเข้าประเทศสหรัฐฯได้ล่วงหน้าไม่เกิน 10 วันนับจากวันเริ่มงานที่ปรากฏบน I-797 เท่านั้น
เอกสารที่ต้องใช้ในการยื่นคำร้อง
หากท่านยื่นคำร้องขอวีซ่าประเภท CW-1, H, L, O, P, หรือ Q ท่านต้องชำระค่าธรรมเนียมวีซ่าและต้องยื่นเอกสารดังต่อไปนี้:
- แบบฟอร์มขอวีซ่าชั่วคราวในระบบอิเล็กทรอนิกส์ (DS-160) ท่านสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้จากเว็บเพจ DS-160
- หนังสือเดินทางที่สามารถใช้เดินทางไปประเทศสหรัฐฯได้ โดยหนังสือเดินทางนั้นจะต้องมีอายุใช้งานคงเหลือมากกว่าระยะเวลาที่ท่านตั้งใจจะอยู่ในประเทศสหรัฐฯอย่างน้อยหกเดือน (นอกจากได้รับการยกเว้นจากข้อตกลงรายประเทศ ) โปรดทราบว่าแต่ละท่านต้องยื่นใบสมัครของตัวท่านเอง หากท่านใช้หนังสือเดินทางร่วมกัน
- รูปถ่ายสีสองรูป (ขนาด 5x5 เซนติเมตร หรือ 2x2 นิ้ว พื้นหลังสีขาว มีอายุไม่เกินหกเดือน ไม่ได้มีการปรับแต่งหรือดัดแปลง ห้ามสวมแว่นตา คอนแทคเลนส์สี หรือหมวก) สามารถดูรายละเอียดเกี่ยวกับข้อกำหนดของรูปถ่ายได้จากเว็บเพจนี้

- หากวีซ่าของท่านผ่านการอนุมัติแล้ว ท่านยังอาจต้องชำระค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมในการออกวีซ่า โดยจะขึ้นอยู่กับสัญชาติของท่าน ในเว็บไซต์ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ จะมีข้อมูลที่ช่วยระบุว่าท่านต้องชำระค่าธรรมเนียมในการออกวีซ่าหรือไม่ รวมถึงอัตราของค่าธรรมเนียมดังกล่าว
- หมายเลขใบเสร็จที่ปรากฏบนใบคำร้อง I-129 หรือ I-797 ของท่าน
ผู้สมัครวีซ่า L-1 ประเภทคำร้องรวม (Blanket)
หากท่านเป็นผู้สมัครวีซ่าประเภท L-1 ที่มีคำร้องรวม (Blanket) และนายจ้างของท่านได้รับการอนุมัติให้ส่งพนักงานย้ายไปทำงานทประเทศสหรัฐฯเป็นการชั่วคราวภายใต้การจ้างงานของบริษัทที่อยู่ในเครือเดียวกันแล้ว ท่านจะต้องส่งเอกสารต่อไปนี้พร้อมกับเอกสารใบสมัครของท่าน:
- สำเนาแบบฟอร์ม I-129S ที่กรอกข้อมูลตำแหน่งของท่านแล้ว ท่านสามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มได้จากเว็บไซต์ของ USCIS (วันที่แก้ไข: 04/01/24. ท่านสามารถหาวันที่แก้ไขได้ที่ด้านล่างของแบบฟอร์ม * ตั้งแต่วันที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2567 เราจะรับเฉพาะแบบฟอร์มที่แก้ไขในวันที่ 04/01/24 เท่านั้น) *หมายเหตุ: อย่าใช้คลิปหนีบกระดาษหรืออุปกรณ์มัดเอกสารอื่นเข้าด้วยกัน
- สำเนาคำร้องรวม (Blanket) ฉบับเต็มจากนายจ้าง I-797 Petition Approval Notice รวมถึงรายชื่อบริษัทในเครือและบริษัทในประเทศสหรัฐฯ (ถ้ามี)
- ผู้สมัครหลักของวีซ่าประเภท Blanket L1 จะต้องชำระค่าธรรมเนียมในการป้องกันและตรวจสอบการทุจริต 500 เหรียญสหรัฐฯกับแคชเชียร์ที่แผนกกงสุลในวันที่ท่านเข้ารับสัมภาษณ์วีซ่า หากท่านต้องการยื่นขอวีซ่า Blanket L1 ด้วยแบบฟอร์ม I-129S ฉบับใหม่ ท่านต้องชำระค่าธรรมเนียมในการป้องกันและตรวจสอบการทุจริต 500 เหรียญสหรัฐฯใหม่อีกครั้งค่าธรรมเนียมเหล่านี้สามารถชำระได้ด้วยเงินสด (สกุลเงินไทยบาทหรือดอลลาร์สหรัฐฯ) หรือด้วยบัตรเครดิต กรุณาเตรียมพร้อมชำระค่าธรรมเนียมด้วยเงินสดในกรณีที่ระบบตรวจสอบบัตรเครดิตไม่สามารถใช้งานได้ชั่วคราว การชำระเงินด้วยบัตรเครดิตจะถูกเรียกเก็บในหน่วยสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมดังกล่าวสามารถดูได้ที่นี่
- ท่านจะต้องนำแบบฟอร์ม I-129S ที่ได้รับการอนุมัติมาแสดงให้กับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองเมื่อท่านเดินทางเข้าประเทศสหรัฐฯ ทางเราขอแนะนำให้ท่านทำสำเนาของแบบฟอร์มหลังจากที่ได้รับแบบฟอร์มพร้อมกับวีซ่าของท่าน
นอกจากเอกสารเหล่านี้แล้ว ท่านยังต้องแสดงใบนัดสัมภาษณ์เพื่อยืนยันว่าท่านได้จองเวลานัดสัมภาษณ์ผ่านบริการนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และท่านยังสามารถนำเอกสารประกอบอื่นๆ ที่ท่านเชื่อว่าจะสามารถให้ข้อมูลเพิ่มเติมแก่เจ้าหน้าที่กงสุลมาในวันสัมภาษณ์ได้
เงื่อนไขของวีซ่าทำงานประเทศสหรัฐอเมริกา
- ต้องได้รับการเสนองาน (Job Offer) จากนายจ้างในประเทศสหรัฐอเมริกา
- นายจ้างหรือตัวแทนในสหรัฐฯ ต้องยื่นคำร้องขอจ้างงาน (Petition) ต่อสำนักงานบริการสัญชาติและตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐฯ (USCIS) และได้รับการอนุมัติก่อน
- สามารถใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารได้ตามลักษณะของงาน
- สามารถพำนักและทำงานในประเทศสหรัฐอเมริกาได้ตามระยะเวลาที่ระบุในวีซ่าและเอกสารอนุมัติ (Form I-797)
- สามารถทำงานได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย เฉพาะกับนายจ้างและตำแหน่งงานที่ได้รับอนุมัติเท่านั้น
- ไม่สามารถเปลี่ยนนายจ้างหรือเปลี่ยนประเภทงานได้ เว้นแต่จะมีการยื่นคำร้องใหม่และได้รับอนุมัติจาก USCIS
- ระยะเวลาการพำนักสูงสุดจะแตกต่างกันไปตามประเภทวีซ่า เช่น 1 ปี, 3 ปี หรือสูงสุด 5–7 ปี (ขึ้นอยู่กับประเภทวีซ่า)
* ผู้สมัครสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวีซ่าทำงานได้จากเว็บไซต์ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ และ USCIS
การสมัครขอวีซ่าทำงานประเทศสหรัฐอเมริกา
- ผู้สมัครสามารถยื่นคำร้องขอวีซ่าได้ที่
สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา กรุงเทพฯ - สามารถยื่นขอวีซ่าได้ล่วงหน้าไม่เกิน 90 วัน ก่อนวันเริ่มงาน
- สามารถเดินทางเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาได้ล่วงหน้าไม่เกิน 10 วัน ก่อนวันเริ่มงานที่ระบุในเอกสารอนุมัติ
ค่าธรรมเนียมวีซ่าทำงาน
- ค่าธรรมเนียมการยื่นคำร้องขอวีซ่า (MRV Fee)
USD 205 (หรือประมาณเป็นเงินบาทตามอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ชำระ) - ค่าธรรมเนียมอื่น ๆ เพิ่มเติม (ถ้ามี) ขึ้นอยู่กับประเภทวีซ่าและสัญชาติของผู้สมัคร เช่น ค่าธรรมเนียมป้องกันการทุจริต (Fraud Prevention Fee) สำหรับวีซ่าบางประเภท
* ค่าธรรมเนียมวีซ่าไม่สามารถขอคืนหรือโอนให้ผู้อื่นได้ ไม่ว่ากรณีวีซ่าไม่ผ่านการอนุมัติหรือผู้สมัครยกเลิกการสมัครภายหลัง
* อัตราค่าธรรมเนียมอาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาตรวจสอบข้อมูลล่าสุดก่อนยื่นคำร้อง
หลังจากได้รับวีซ่าแล้ว สามารถเดินทางเข้าประเทศได้เมื่อใด?
สำหรับ วีซ่าทำงานประเทศสหรัฐอเมริกา (Work Visa)
ผู้ถือวีซ่าสามารถเดินทางเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาได้ ไม่เกิน 10 วันก่อนวันเริ่มงาน ที่ระบุไว้ในเอกสารอนุมัติการจ้างงาน Form I-797 (Notice of Action)
- วันเริ่มงาน (Start Date) จะเป็นวันที่ระบุอย่างเป็นทางการในเอกสาร I-797
- ไม่อนุญาตให้เดินทางเข้าประเทศก่อนระยะเวลา 10 วันดังกล่าว
- เมื่อเดินทางถึงประเทศสหรัฐอเมริกา เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจะเป็นผู้กำหนดระยะเวลาการพำนัก โดยอ้างอิงจากวีซ่าและเอกสารการจ้างงานที่ได้รับอนุมัติ
* ผู้ถือวีซ่าทำงานสามารถพำนักอยู่ต่อได้ตามระยะเวลาที่ระบุในเอกสารอนุมัติ และต้องเดินทางออกจากประเทศเมื่อสิ้นสุดระยะเวลาการจ้างงาน เว้นแต่จะมีการต่ออายุหรือเปลี่ยนสถานะอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
เอกสารประกอบในการยื่นคำร้องขอวีซ่าสำหรับผู้ติดตาม
ผู้สมัครที่เป็นผู้ติดตามควรนำเอกสารที่จำเป็นทั้งหมด สำหรับการขอวีซ่าชั่วคราว พร้อมทั้งเอกสารเพิ่มเติมดังต่อไปนี้ โดย เอกสารทุกฉบับต้องแนบคำแปลภาษาอังกฤษด้วย
- หลักฐานความสัมพันธ์ระหว่างท่านกับคู่สมรสและ/หรือบุตร (เช่น ทะเบียนสมรสและใบสูติบัตร)
- สำเนา I-797 ของผู้สมัครหลัก
- สำเนาวีซ่าของผู้สมัครหลัก หากผู้ติดตามยื่นขอวีซ่าในภายหลัง
ท่านสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวีซ่า H, L, O, P และ Q ได้จากเว็บเพจแรงงานชั่วคราว ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ